หน่วย 4 การพัฒนาสมรรถภาพทางกาย - PDF Flipbook

การพัฒนาสมรรถภาพทางกาย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

123 Views
118 Downloads
PDF 3,008,862 Bytes

Download as PDF

REPORT DMCA


หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๑ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๒ หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๓ หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๔ สุขศกึ ษา
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๖ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๗ หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๘ หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๙
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๒

กล่มุ สาระการเรียนรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๕
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๑๐

ผู้สอน
นางสาวณฏั ฐกฤ ตา จันดี

โรงเรยี นวดั ศรีมหาโพธ์ิ

๔หนว่ ยการเรียนรู้ที่

การพฒั นาสมรรถภาพทางกาย

จุดประสงค์การเรยี นรู้

• พฒั นาสมรรถภาพทางกายตนเองใหเ้ ปน็ ไปตามเกณฑ์ทกี่ าหนดได้

ความหมาย คุณคา่ และความสาคญั ของสมรรถภาพทางกาย

ความหมายของสมรรถภาพทางกาย

• ความสามารถของระบบตา่ งๆ ของรา่ งกายในการทางานอย่างมีประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผล
• บคุ คลท่มี สี มรรถภาพทางกายทด่ี ี จะสามารถประกอบกิจกรรมในชวี ติ ประจาวนั ได้อย่างกระฉบั กระเฉง โดยไมเ่ หนื่อย

ลา้ จนเกนิ ไป

คณุ ค่าและความสาคัญของสมรรถภาพทางกาย

๑. การออกกาลังกายเปน็ ประจา จะช่วยกระตนุ้ ใหร้ า่ งกายเจริญเติบโตอยา่ งเต็มท่ี
๒. ผู้ที่มีสมรรถภาพทางกายดีจะช่วยให้มีบุคลิกภาพดี สามารถเคลอื่ นไหวหรือเดินได้ด้วยความสง่างาม
คล่องแคล่ว และกระฉบั กระเฉง
๓. ผู้ที่มีสมรรถภาพทางกายดีจะเป็นผู้ทมี่ ีสุขภาพดี การประกอบกิจการงานต่างๆ จะมีประสทิ ธิภาพและได้ผลผลิตที่สูง
๔. กลา้ มเนอ้ื หลงั ตอนลา่ งมีความสาคัญในการป้องกนั โรคปวดหลงั ถ้าไดอ้ อกกาลงั กายต้ังแตว่ ยั เด็ก จะชว่ ย
เสริมสร้างความแขง็ แรงแกร่ า่ งกาย และปอ้ งกันอาการปวดหลังเมอ่ื มอี ายุมากขนึ้ ได้
๖. การออกกาลังกายเพอื่ พฒั นาสมรรถภาพทางกาย เปน็ วธิ ีท่ีดอี ยา่ งหนึ่งในการควบคมุ น้าหนกั ตวั
๗. การออกกาลังกายเพื่อพฒั นาสมรรถภาพทางกายเป็นการปอ้ งกันโรคหัวใจวายได้อยา่ งมีประสิทธิภาพวธิ หี นึ่ง
๘. การออกกาลังกายช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิต

เกณฑส์ มรรถภาพทางกาย

องคป์ ระกอบของสมรรถภาพทางกาย

พลงั หรือกาลังของกล้ามเนอ้ื (Muscular Power) ความอ่อนตวั (Flexibility)
ความแข็งแรงของกลา้ มเน้อื (Muscular Strength) ความสมดลุ หรือการทรงตัว (Balance)
ความอดทน (Endurance) การประสานสัมพันธ์ (Coordination)
ความเรว็ (Speed) เวลาปฏกิ ริ ิยาตอบสนอง (Reaction Time)
ความคลอ่ งตัว (Agility)

การพฒั นาสมรรถภาพทางกาย

การสารวจ

ด้านสภาพร่างกาย โดยพจิ ารณาวา่ ขณะนร้ี ่างกายมคี วามสมบรู ณ์แขง็ แรงมากน้อยเพยี งใด
ด้านอารมณ์และจิตใจ
ดา้ นสงั คม โดยพจิ ารณาความมรี ะเบยี บวินยั ในตนเอง ความเชือ่ มัน่ แรงจงู ใจ
ความพร้อม และการตัดสินใจเพ่อื การพัฒนา

เปน็ ความสัมพันธแ์ ละการส่อื สารกบั ผอู้ ืน่ ท่ดี าเนินไปไดด้ ว้ ยดี

การวเิ คราะหจ์ ดุ เดน่ จดุ ด้อย

เราวเิ คราะห์เพอ่ื ใชใ้ นการกาหนดทิศทางการปรับปรุงและพฒั นาพฤติกรรมตนเองให้ดขี ้นึ

วเิ คราะห์ กาหนดทิศทาง

ปรับปรุงและพฒั นาพฤตกิ รรม

การกาหนดปัญหาและพฤตกิ รรมสุขภาพเปา้ หมาย

ปัญหา พฤตกิ รรมสุขภาพเป้าหมาย
๑. ไมช่ อบออกกาลังกาย/เมือ่ ยล้า
๑. เลือกกจิ กรรมการออกกาลังกายเบาๆ และตาม
๒. ไมม่ เี วลาออกกาลังกายตอนเช้า ความถนัด
๓. ต้องการเป็ นนักกฬี าทม่ี ชี ่อื เสยี ง
๒. เลอื กออกกาลังกายตอนเยน็

๓. หม่ันฝึ กซ้อมกฬี าตามความถนัดและความสามารถ
อย่างสม่าเสมอ

การเลอื กเทคนิควธิ ีและการวางแผนปรับปรุงตนเอง

๑ การเลอื กเทคนิควิธีการปรับปรุงและพฒั นาตนเอง

• ควรเลอื กวธิ ีการที่งา่ ยและสามารถปฏบิ ตั ไิ ด้
• อาจเลอื กใช้วธิ เี ดยี วหรือหลายวิธปี ระกอบกันกไ็ ด้

๒ การวางแผนปรับปรุงและพฒั นาตนเอง

• กาหนดตารางเวลาการออกกาลังกายเป็ นประจาสม่าเสมอ
• จัดเตรียมสภาพแวดล้อมและสถานทใี่ หเ้ หมาะสม
• กาหนดวัตถุประสงคแ์ ละเป้าหมาย รวมถงึ การประเมนิ อย่างชัดเจน
• ขจัดปัญหาหรอื อุปสรรคของการพฒั นา
• ชวนบุคคลอนื่ เข้ามาร่วมกจิ กรรม

การฝึ ก

๑ หลกั การฝกึ เพ่อื พฒั นาสมรรถภาพทางกาย

๑.๑) ความถ่ีของการฝึก
ควรมีการออกกาลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๓-๕ วนั วันละไมน่ ้อยกวา่ ๓๐ นาที

๑.๒) ความเข้มของการฝกึ
การฝึกควรจะหนักพอสมควร โดยยดึ ถือจากอัตราการเตน้ ของหวั ใจเปน็ หลกั ซึง่ ควรอยู่ระหวา่ งร้อยละ ๖๐-
๙๐ ของอตั ราการเต้นสูงสดุ ของหัวใจ

๑.๓) ระยะเวลาการฝึก
เม่อื อบอุ่นรา่ งกายแลว้ ควรใช้เวลาระหว่าง ๑๕-๖๐ นาที/วนั ซง่ึ จะเปน็ การพัฒนาสมรรถภาพทางกายทดี่ ี

๑.๔) รูปแบบของการออกกาลงั กาย
โดยทั่วไปการออกกาลังกายจะตอ้ งคานึงถงึ การใช้กล้ามเนอื้ ใหญ่ ความตอ่ เน่อื งของกิจกรรม ความเปน็
จงั หวะ และการใช้ออกซเิ จนแบบธรรมชาติ

๒ ประเภทของการพฒั นาสมรรถภาพทางกาย

๒.๑) เพอ่ื ความแข็งแรงของกลา้ มเน้ือ
เช่น การดนั พื้น การนอนยกตัวขึน้ แลว้ นับจานวนครัง้ ทไี่ ด้ภายในเวลา ๑ นาที ควรฝึกอยา่ งนอ้ ย
สปั ดาหล์ ะ ๓ วันนาน ๖-๘ สัปดาห์ จงึ จะเห็นผล

๒.๒) เพื่อความอดทนของกลา้ มเนอ้ื ระบบหายใจ และระบบไหลเวยี นโลหติ
เชน่ การว่ิงระยะไม่เกิน ๑,๐๐๐ เมตร สาหรบั ชาย และ ๘๐๐ เมตร สาหรับหญิง การวิ่งจ็อกกิง (Jogging)
โดยวิ่งในระดบั ความเรว็ เทา่ กนั ทุกระยะ

๒.๓) เพื่อความออ่ นตัวของรา่ งกาย
เช่น การยืดกลา้ มเน้อื ในท่าตา่ งๆ การฝึกกายบริหารท่ีมีการเคลอื่ นทีห่ รือหมนุ ข้อตอ่ ในร่างกาย

๒.๔) เพ่อื ความเร็ว
เชน่ การว่ิงเรว็ ๕๐ เมตร การวง่ิ เร็ว ๑๐๐ เมตร เปน็ ตน้

๒.๕) เพ่อื พลังกล้ามเนื้อ
เชน่ ยืนกระโดดไกล ยืนกระโดดสงู เปน็ ต้น

๒.๖) เพ่ือความคล่องตวั
เช่น การวิง่ ซกิ แซ็ก เปน็ ต้น

การประเมนิ ผลและการปรับปรุงพฒั นาตนเอง

๑ การเลอื กเทคนิควธิ ีการปรับปรุงและพฒั นาตนเอง

การเรยี นร้ดู ้วยตนเอง
การเรยี นรู้จากการลองผิดลองถูก
การเรยี นรู้จากครู เพ่ือน ผู้เชยี่ วชาญ
การเรียนรโู้ ดยการเลียนแบบจากบคุ คลตน้ แบบ


Data Loading...